Author: Carrie Holt

วางแผนแบบไหนให้สร้างบ้านไม่เกินงบที่วางไว้

alivehouse-house-2

Building-1-house

การสร้างบ้านอยู่อาศัยของเราเองนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะบ้านต้องเป็นสถานที่เราต้องอยู่อาศัยไปอีกนานตราบจนตลอดชีวิต ข้าวของเฟอร์นิเจอร์ถูกใจบางครั้งก็อาจมีราคาสูงแบบคาดไม่ถึง งบประมาณที่ตั้งเอาไว้ในตอนแรกอาจจะบานปลายไปไกลได้ กว่าจะรู้ตัวตอนนั้นก็อาจจะเสียใจในภายหลัง หรือเงินสำหรับเก็บเอาไว้ทำอย่างอื่นก็ไม่พอ แล้วเราจะต้องวางแผนยังไงกันดี เพื่อให้บ้านออกมาถูกใจเราที่สุด และอยู่ในงบที่ตั้งเอาไว้ วันนี้เรามีคำตอบกันค่ะ

1.ตั้งงบประมาณในการสร้างบ้านก่อนปรึกษาผู้ออกแบบ

เริ่มแรกต้องสร้างงบประมาณเอาไว้ก่อน แล้วจึงเอาไปปรึกษากับนักออกแบบหรือสถาปนิก ว่างบขนาดนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง แต่อย่าลืมเพื่อเงินไว้สำหรับตกแต่งบ้าน ซื้อเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงเครื่องใช้ฟ้าอื่นๆด้วยล่ะ

2.มีความชัดเจนกับแบบบ้าน

ต้องกำหนดทุกอย่างให้ชัดเจนอย่างรอบคอบ ก่อนจะลงมือสร้างบ้าน อีกทั้งต้องทำตามแบบที่วางไว้อย่างเคร่งครัด ห้ามเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด เพราะการเปลี่ยนแบบแปลงรูปแบบระหว่างการสร้างนั้น ทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นไปอีก รวมทั้งอาจส่งผลต่อภาพรวมที่เราวางเอาไว้อีกด้วย

3.ขนาด และการใช้งานของตัวบ้าน

ควรคำนึงถึงพื้นที่ของบ้านให้อย่างเหมาะสม เช่น ต้องการเนื้อที่เพื่อการใช้สอยกี่ตารางวา ต้องการห้องนอนกี่ห้อง ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน และห้องอื่นๆ การวางแผนไว้แต่เนิ่นๆเพื่อการประเมินราคาในการก่อสร้าง หรือถ้าคุณมีงบสุดจำกัด ก็สามารถลดขนาดบ้านได้ด้วยการ ดัดแปลงพื้นที่บางส่วนเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน

 4.เลือกวัสดุให้เหมาะสมกับการใช้งาน และราคาที่ตั้งไว้

วัสดุก่อสร้างก็มีให้เลือกมากมาย หลายรูปแบบ หลายราคา เจ้าของบ้านควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับราคาที่วางเอาไว้ โดยดูดีไซน์ที่ชอบ และราคาเป็นหลัก หากคำนวณแล้วราคามันสูงมากจนเกินไป ก็ให้เปลี่ยนมาเป็นใช้วัสดุชนิดอื่นที่สามารถใช้แทนกันได้ แต่ราคาถูกกว่า

5.โครงสร้างบ้านต้องมีความมั่นคงแข็งแรง

โครงสร้างของบ้านนั้นเปรียบเสมือนหัวใจของบ้านเลยทีเดียว การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ต้องคำนึงถึงการก่อสร้างรวมถึงการใช้สอยเป็นหลัก แบบร่างนั้นไม่ควรไปเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มอะไรขึ้น เพราะจำนวนเงินก็ต้องมากขึ้นอย่างแน่นอน รอยรั่วเล็กๆอาจะทำให้งบประมาณของคุณบานปลายมากกว่าที่คิด

6.เลือกผู้รับเหมาที่มีความเป็นมืออาชีพ

การตัดสินใจเลือกผู้รับเหมานั้นต้องคิดให้ดีๆตรวจสอบอย่างถ้วนถี่ เพราะเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ปัญหาของผู้รับเหมาจอมชุ่ยนั้นมีมากมายหลายคดี เช่น ทิ้งงาน โกงเงิน เป็นต้น ควรเลือกผู้รับเหมามีประวัติดี เชื่อถือได้ และอย่าลืมถ่ายสำเนาของผู้รับเหมาเอาไว้ด้วยล่ะ

นี่คือเคล็ดลับเล็กๆซึ่งจะช่วยให้คุณได้ครอบครองบ้านในฝัน ในงบประมาณที่คุณเลือกเอง อย่าลืมเอาไปใช้กันนะคะ

ประตูบ้านนิยมทำมาจากวัสดุชนิดใด

Steel-gateBrown

Steel-gatenew

ประตูบ้านนั้นเปรียบเสมือนปราการด่านแรกของตัวบ้าน ใครผ่านไปมาก็ต้องผ่านเข้ามายังประตูนี้  อีกทั้งยังเป็นอุปกรณ์ที่เอาเพื่อความสวยงามน่ามอง และเป็นการป้องกันภัยต่อคนที่จะเข้ามาบุกรุกได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นประตูบ้านก็เป็นปัจจัยอีกชิ้นหนึ่งที่เราควรเลือกสรรด้วยความพิถีพิถันเป็นอย่างดี ประตูบ้านในปัจจุบันนี้ทำมาจากวัสดุมากมายหลายชนิด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ความแข็งแรง และรสนิยมของเจ้าของบ้านเอง ประตูบ้านนิยมทำมาจากวัสดุใดบ้างนั้นมาดูกันเลย

ประเภทของวัสดุที่ใช้ทำประตูรั้วต่างๆ

ประตูรั้วบ้านส่วนใหญ่จะใช้วัสดุจำพวกเหล็ก หรือสแตนเลส แต่ก็มีบางบ้านที่ใช้เป็นประตูไม้ทั้งหมด วัสดุที่นำมาตกแต่งก็มีหลายประเภทมีให้เลือกตามความพอใจ และตามกำลังงบประมาณ เช่น ไม้,อลูมิเนียม,เหล็ก, ไม้สังเคราะห์ เป็นต้น

ประตูรั้วทำมาจากวัสดุไม้

ไม้ที่นิยมนำมาทำเป็นรั้วภายนอกควรใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง,ไม้มะค่า,ไม้สัก เป็นต้น  การเลือกไม้มาทำเป็นประตูรั้วบ้าน ไม้นั้นต้องมีคุณภาพดี งานถึงจะออกมาสวย เนี๊ยบ

ข้อดี ประตูไม้จริงนั้น จะมีความสวยงามแบบคลาสสิก มีความแข็งแรงทนทาน และสามารถใช้กระจกสวยงามในการเสริมการตบแต่งบนประตูได้

ช้อเสีย  ถ้าเนื้อไม้ยังไม่แห้งสนิทดีจริงๆ จะเกิดอาการบวมตัวของไม้ได้ ทำให้ไม่สามารถปิดประตูได้

Brown-wood-gate

ประตูรั้วที่สร้างมาจากไม้เทียม หรือไม้สังเคราะห์

เช่น ประตูไม้อัด  ประตูไม้ HDF ประตู WPC  ประตูไม้เอนจิเนีย เป็นต้น

  • ประตูไม้อัด ส่วนใหญ่ใช้เป็นประตูภายในบ้าน แต่คุณภาพไม่ดีเท่าไหร่นัก
  • ประตูไม้ HDF บ้านในสมัยนี้นิยมใช้กันมาก  เพราะคุณภาพดีกว่าประตูไม้อัด สามารถทนต่อความชื้นได้ดี  แต่ความแข็งแรงยังสู้ประตูไม้ของจริงไม่ได้
  • ประตู WPC เป็นประตูไม้ผสมพลาสติก หรือเป็นพลาสติกหมดเลยนั่นเอง ใช้เป็นประตูภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม สามารถกันน้ำกันแดด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ประตูไม้เอนจิเนีย เป็นประตูที่ผสมผสานกันระหว่างไม้จริงกับไม้สำเร็จ ซึ่งนำไม้จริงมาทำโครงสร้างของประตูส่วนผิวหน้าก็จะนำไม้วีเนียมาทับด้านหน้าอีกครั้งหนึ่ง มีความทนทานกว่าประตู HDF และมีความแข็งแรงเทียบเท่าประตูไม้จริง

ประตูรั้วในแบบอัลลอย หรือเหล็กหล่อ

การเลือกใช้ประตูชนิดนี้จะทำให้บ้านดูมีความสวยงาม บ้านดูกว้างขวางโอ่โถงยิ่งขึ้น

ข้อดี  มีความแข็งแรงทนทาน ไม่เป็นสนิม

ข้อเสีย มีน้ำหนักมาก ราคาสูง

ประตูรั้วที่เป็นสแตนเลส

ประตูรั้วสแตนเลส มักจะใช้ไม้มาประดับเพื่อเพิ่มความสวยงามมากยิ่งขึ้น

ข้อดี ไม่เป็นสนิมแต่ต้องเลือกเกรดดีๆหน่อย

ไขข้อข้องใจบ้านน็อคดาว ใช้วัสดุชนิดไหนในการสร้าง

House-knock-down-1

บ้านคือวิมานของเรา  ความต้องการพื้นฐานของคนเราคือการมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ที่ดินก็มีราคาสูง  รวมทั้งการสร้างบ้านก็มีค่าใช้จ่ายยิบย่อยอีกมากมาย เช่น ค่าแบบแปลน ค่าช่าง ค่าวัสดุ และอีกหลายอย่าง ทำให้การสร้างบ้านอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 7 หลักขึ้นไป แถมใช้เวลาในการก่อสร้างนานอีกด้วย แต่ในปัจจุบันนี้มีทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการบ้านราคาถูกและใช้เวลาสร้างไม่นาน นั่นก็คือ บ้านน็อคดาวน์นั่นเอง

บ้านน็อคดาวน์ คือ บ้านสำเร็จรูป สร้างโดยไม่ใช้การตอกเสารวมทั้งไม่ใส่คานเพื่อรับน้ำหนัก แต่สร้างโดยใช้ผนังรับน้ำหนักแทน ซึ่งเป็นที่นิยมกันในต่างประเทศมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะเป็นการสร้างบ้านแบบมีความรวดเร็ว มีราคาถูก มากกว่าการสร้างบ้านแบบธรรมดามาก สำหรับประเทศไทยในอดีต ใช้บ้านน็อคดาวน์เพื่อเป็นที่พักชั่วคราวให้แก่ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีในการสร้างบ้านน็อคดาวน์ได้มีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก จึงทำให้สามารถสร้างบ้านน็อคดาวน์เป็นที่พักอาศัยถาวรได้เช่นเดียวกับบ้านทั่วไป ซึ่งมีความทนทานแข็งแรงไม่แพ้การสร้างบ้านจากอิฐและปูนเลยทีเดียว

วิธีการสร้างบ้านน๊อคดาวน์ รวมถึงวัสดุที่ใช้ เริ่มต้นจากการวางผังกำหนดตำแหน่ง จากนั้นจึงทำฐาน เมื่อทำฐานเสร็จแล้ว จึงนำโครงสร้าง ผนังสำเร็จรูปเข้ามาประกอบตามที่ได้ออกแบบไว้ ซี่งชิ้นส่วนต่างๆ จะเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ด้วยเทคนิคต่างๆ  ซึ่งจุดนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้าง การเชื่อมต่อจะต้องมีความมั่นคง เพื่อกันน้ำรั่วซึม และสามารถรับแรงด้านข้างได้อีกด้วย

สำหรับระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบสุขา ในบ้านบ้านน็อคดาวน์ จะมีการวางท่อและระบบต่างๆไว้ในพื้นหรือในผนัง ช่างจะเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นจึงทำให้การก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์ มีความรวดเร็วในการก่อสร้างนั่นเอง วัสดุหลักๆที่ใช้นอกจากของจุกจิกแล้วก็มี เช่น ประตูสำเร็จรูป ผนังคอนกรีตมวลเบา รางครอลข้อต่อหลังคา หน้าต่างสำเร็จรูป วัสดุผนังเบาสำหรับกั้นห้อง วัสดุทำหลังคา เป็นต้น

การสร้างบ้านน็อคดาวน์ก็ง่ายมากๆ แค่เราเลือกแบบบ้านน็อคดาวน์จากผู้รับเหมา อย่าลืมคำถึงถึงที่ดินที่เราจะนำเอาสิ่งปลูกสร้างไปวางไว้ด้วย  ผู้ว่าจ้างก็จะนำส่วนประกอบต่างๆที่ทำสำเร็จรูปไว้แล้วมาประกอบเป็นตัวบ้าน หากเปรียบเทียบ การปลูกบ้านแบบก่ออิฐก่อปูนซึ่งใช้เวลา 5 เดือน บ้านน็อคดาวน์จะใช้เวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากๆ

เนื่องจากเป็นบ้านแบบสำเร็จรูป ถ้าเกิดความเสียหาย ณ ส่วนใดส่วนหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบ้านทั้งหลังได้ เพราะฉะนั้นการเลือกใช้ผู้รับเหมาซึ่งใช้วัสดุมีคุณภาพสูง ความปลอดภัยย่อมมีมากกว่าการใช้วัสดุคุณภาพต่ำอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าราคาอาจจะถูกกว่า แต่ความปลอดภัยต่อชีวิตรวมทั้งรวมทั้งทรัพย์สินก็ลดน้อยลงตามไปด้วยHouse-knock-down-2

ข้อมูลการหาราคาวัสดุในการสร้างบ้าน

homepicture

ก่อนที่เราจะเริ่มสร้างบ้านในฝันเราต้องมีการกำหนดงบประมาณเอาไว้ก่อน สิ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพื่อไม่ให้งบประมาณที่เราตั้งไว้ต้องบานปลาย และเป็นการป้องกันถูกผู้รับเหมาโกงราคาค่าวัสดุ เราจึงต้องมีการคำนวณราคาค่าวัสดุด้วยตัวเอง ในเบื้องต้น ราคาค่าของนั้นเราสามารถหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้เลย ซึ่งวันนี้เรามาแนะนำวิธีการหาราคาและข้อมูลของวัสดุกัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

ก่อนจะคำนวณราคาบ้าน สิ่งแรกเราต้องรู้ความต้องการของตัวเองเสียก่อนว่า บ้านของเรานั้น มีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดกี่คน ต้องการห้องนอนกี่ห้อง ห้องน้ำกี่ห้อง ชอบทำอาหารไหม ทำบ่อยแค่ไหน  กิจกรรมใดเราต้องทำเป็นประจำในชีวิตประจำวัน เราจำเป็นต้องมานั่งคิดแจกแจงรายละเอียดต่าง ๆ ในความต้องการของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่เราควรคิด ก่อนหารูปแบบบ้านที่ชอบ เพราะแบบบ้านที่ชอบ การใช้งานต่างๆอาจไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการใช้จริงๆ ยกตัวอย่าง

คุณเอประกอบอาชีพเป็นนักเขียนนิยาย เพราะฉะนั้นจึงต้องทำงานอยู่บ้านตลอดทั้งวัน ปัจจุบันมีลูกชาย1 คน และวางแผนไว้ว่าจะมีเพิ่มอีก 1 คนใน 1 ปีข้างหน้า ส่วนสามีประกอบอาชีพทำงานรับราชการ เป็นครูในโรงเรียนรัฐ ซึ่งเป็นงานประจำ ทุก ๆวันในตอนเย็น จะต้องกลับมาทานอาหารฝีมือของภรรยา

ทั้งหมดนี้คือต้องการใช้งานจริง แล้วนำมาคำนวณถึงพื้นที่ใช้สอยในแต่ละห้อง เราก็จะได้พื้นที่ใช้สอยรวมโดยประมาณ โดยเมื่อนำมาคำนวณแล้ว จะมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 113 ตารางเมตร เผื่อระเบียงและอื่น ๆ จะได้ประมาณ 125 ตารางเมตร เมื่อตัดสินใจถึงการเลือกใช้เกรดวัสดุของบ้านแล้ว ให้นำพื้นที่ใช้สอยไปคูณกับค่าสร้างบ้าน+ค่าวัสดุ เช่น บ้านคุณเอ สมมุติ ค่าแรง + ค่าวัสดุ =  14,000 บาท/ ตร.ม. ค่าสร้างบ้านจะได้ = 125 ตร.ม. x 14,000 บาท คุณเอจะต้องมีเงินจำนวน 1.75 ล้านบาท เพื่อใช้ในการสร้างบ้าน 1 หลัง

Home-construction

ข้อมูลการหาราคาวัสดุในการสร้างบ้าน

มาพูดถึงราคาวัสดุในการสร้างบ้านกันบ้าง ราคาวัสดุนั้นเราสามารถไปดูยังร้านขายอุปกรณ์ได้เลย ประโยชน์ของมันคือเราจะได้รู้ราคาแป๊ะๆ แถมยังได้สอบถามถึงคุณสมบัติของวัสดุกับพนักงานอีกด้วยแต่มีวิธีง่ายกว่านั้นคือการใช้โปรแกรมคำนวณในเน็ตซึ่งมีราคากลางมาให้แล้ว พร้อมกับคำนวณราคาออกมาเป็นตัวเลขให้เราเลย ซึ่งสะดวกสบายมากๆ เรามีเว็บคำนวณราคาค่าของต่างๆ สำหรับใช้ในการสร้างบ้านมาให้ลองใช้กันดูค่ะ

SCG เจ้าพ่อวัสดุแห่งประเทศไทย

SCGbuilding

SCG หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำแห่งภูมิภาคอาเซียนซึ่งได้ดำเนินธุรกิจมามากกว่า 100 ปีแล้ว ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2456 ตามพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 6 ด้วยพระราชประสงค์ให้ประเทศไทยผลิตปูนซีเมนต์ใช้เอง เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการจัดสรรการใช้ทรัพยากรภายในประเทศให้เกิดความคุ้มค่า ปัจจุบันนี้ SCG ประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่  ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง , เคมิคอลส์ , แพคเกจจิ้ง ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างกัน

SCGbuildingnew

กลุ่มธุรกิจซีเมนต์

ธุรกิจซีเมนต์เป็นธุรกิจเริ่มแรกดั้งเดิมของ SCG ซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2456  SCG ถือเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งแรกในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม ได้แก่ ปูนตราช้าง ,  ปูนตราเสือ , ปูนตราแรด, ปูนตราซุปเปอร์ , ปูนตราเอราวัณ ในปัจจุบันได้มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องรวมทั้งมีการวิจัยพัฒนาทำให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆรวมถึงบริการต่างๆส่งออกสู่ท้องตลาดอีกหลากหลายชนิดด้วยกัน เช่น ปูนซีเมนต์ , คอนกรีตผสม , ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ,  ปูนซีเมนต์ขาว รวมทั้งวัสดุทนไฟ นอกจากนี้ยังให้บริการด้านเทคนิครวมทั้งการติดตั้งโรงงานแก่ลูกค้าอีกด้วย

ด้วยกลยุทธ์การขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนของ SCG ทำให้เกิดการดำเนินธุรกิจในหลายพื้นที่ด้วยกัน และเพื่อให้กำลังการผลิตของโรงงานปูนซีเมนต์ที่ใหม่ในประเทศกัมพูชาและประเทศอินโดนีเซียทำงานได้เต็มอย่างศักยภาพอันก่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด SCG ได้ลงทุนกับโครงการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ โดยใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัตถุดิบหลัก อีกทั้งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนอกจากจะตอบสนองความต้องการในประเทศแล้ว ยังสามารถครอบคลุมถึงตลาดในอาเซียนอีกด้วย โดย SCG ยังคงพัฒนานวัตกรรมสินค้า รวมทั้งบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งปัจจุบันนี้กลุ่มซีเมนต์ หรือ วัสดุก่อสร้างของ SCG ก็มีหลากหลายผลิตภัณฑ์ออกมาให้เลือกซื้อใช้งานตามความเหมาะสมในแต่ล่ะงาน วัสดุเหล่านี้ล้วนมีคุณภาพดีเยี่ยม การันตีจากบริษัทชั้นนำที่อยู่มาเป็น 100 ปี มีการพัฒนานวัตกรรมด้านการก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยหยุดนิ่ง

ไม่ว่าจะเป็น ซีเมนต์ , อิฐบล็อก , หลังคา , รถผสมปูน , ไม้บอร์ด , ไม้สังเคราะห์  เป็นต้น

หรือจะเป็นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมปูนซีเมนต์แบบใหม่ซึ่งใช้สำหรับฉาบอาคารอนุรักษ์  โดยใช้เทคโนโลยีซีเมนต์ระดับโครงสร้างโมเลกุล ระบายความชื้นที่สะสมในอาคารได้ดี ใช้งานสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

SCG เริ่มขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในปี พ.ศ. 2481 ซึ่งนับเป็นธุรกิจที่สอง เริ่มจากการผลิตกระเบื้องมุงหลังคา ปัจจุบันมีการผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง รวมถึงสินค้าตกแต่งอื่นๆ เช่น หลังคา , กระเบื้องเซรามิก , สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ, บล็อกสำหรับปูถนน , ฉนวนกันความร้อน , ถังเก็บน้ำ , บ้านSCG HEIM เป็นต้น